10 ก.ย. 2557 (17:49) ผู้เข้าชม 1300

               คุณเคยรู้สึกใหมว่ากำลังถอยหลังเข้าคลองทั้งที่ทำตามกฏทุกอย่างทนกับงานหนัก อดทนกับเจ้านาย เพื่อเงินเดือนขึ้นปีละครั้งอดออมอย่างประหยัดทำทุกทางเท่าทีจะทำได้ มันชัดเจนอยู่แล้วว่าคุณทำงานอยู่กับระบบที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จทางการเงินแต่บางอย่างไม่เข้าท่า กฏที่ว่านี้มันชักไม่ชอบกลระบบต่างๆๆกับล้มเหลวคุณชักหน้าไม่ถึงหลัง เรื่องก้าวไปข้างหน้านะหรือไม่ต้องพูดถึง เรื่องเกษียนนะหรือลืมไปได้เลย ทุกวันนี้ก็แค่ลอดไปวันๆคุณอยากสร้างความมั่นคงทางการเงินและความมั่งคั่งแต่มันก็ไม่เป็นผลแล้วที่ทำตามกฏมาตลอดหล่ะจะพาเราไปถึงไหน..!! หากคุณเปลี่ยนแปลงมุมมองเสียใหม่ เปลี่ยนค่านิยมบางอย่างเปลี่ยนกฏเกณไปบ้างคุณก็จะพบว่ามันมีอีกกฏหนึ่งที่เหมาะกว่าสำหรับคนที่อยากจะรวย ในฐานะผู้เชียวชาญด้านการเงิน นักลงทุนและนักเขียนผู้ประสบความสำเร็จ Robert kiyosaki จะมาให้ข้อมูลที่จำเป็นให้คุณมีแผนการสร้างและขยายความมั่งคั่งอย่างได้ผลจริง kiyosaki เป็นนักเขียนขายดีอันดับหนึ่งของ New York Time มีผลงานจากหนังสือพ่อรวยสอนลูกและเรื่องอื่นๆงานเขียนของเขาสร้างยอดขายได้ถึง 10 ล้านเล่มทั่วโลก วันนี้ kiyosaki จะมาแบ่งปันแนวคิดที่พริกโฉมธุระกิจของเข้ากับคุณลักษณะเดียวกับที่พ่อรวยเคยแบ่งปันกับเขา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ใช้เปลี่ยนแปลงชีวิตจากการทำงานเพื่อเงินไปสู่ให้เงินทำงานเพื่อคุณข้อมูลที่จะนำอิสระภาพมาสู่คุณได้ เรื่องราวของพ่อรวยสอนลูกเป็นเรื่องของพ่อสอนคนที่มีค่านิยมต่างกันและให้คำแนะนำที่แตกต่างกันโดยสินเชิง ซึ่งไม่มีเจตนาจะรบหลู่หรือเสียดสีค่านิยมของใคร เพียงแต่ยกความแตกต่างให้เห็นกันเท่านั้น ตัวอย่างเช่น พ่อจนมักจะสอนว่าตั่งใจเรียนทำคะแนนให้ดี หางานดีๆทำ ทำงานหนักเข้าไว้ใช้จ่ายอย่างประหยัดรู้จักเก็บออม อย่าสร้างหนี้และก็มีแผนเกษียนอายุที่ดีนั่นคือสิ่งที่พ่อจนสอน..!! แต่พ่อรวยกับสอนว่าไม่มีทางรวยจากการทำแบบนั้นหลอกเพราะไม่มีใครรวยได้จากการทำตามแผนนั้น **แต่คุณก็รู้จักการเก็บเงินเป็นวิธีสร้างเงินไม่ใช้หรือ**  ถ้าคุณพิจรณาค่าของเงินในระยะเวลา 40 ปีก็จะเห็นว่าเงินมันถูกออกแบบในเชิงเศษฐศาษให้มีมูลค่าลดลงทุกๆปีแล้วคุณจะมานั่งเก็บออมสิ่งที่ลดค่าลงทุกปีไปทำใม..!! และนี่ก็เป็นความหมายของคนที่หวังพึ่งแผนเกษียนอายุว่าหลังจากวันที่เราเกษียนอายุไปค่าของเงินจะลดลงเลื่อยๆในขณะที่ค่าคลองชีพกับสูงขึ้น  พ่อรวยบอกว่านี่เป็นคำแนะนำที่ไม่เข้าท่าและนี่เป็นเพียงค่านิยมที่ต่างกัน**แต่นี่มันขัดกับทุกอย่างที่เคยได้ยินมา**   ภาพที่สำคัญมากๆแสดงให้ดูตอนยังเด็กๆคือแผนภูมิที่เรียกว่าแผนภูมิเงิน 4 ด้านแต่ละด้านจะแสดงให้เห็นถึงคนแต่ละประเภทที่ประกอบกันขึ้นเป็นประชากรของโลกธุระกิจ พ่อรวยบอกว่าในโลกธุระกิจมีคนที่จัดอยู่ใน 4 กลุ่ม

E Employees ซึ่งหมายถึง ลูกจ้าง และพวกลูกจ้างนี่เองที่เราสามารถระบุพวกเขาได้จากค่านิยมของพวกเขาในฐานะลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นประธานบริษัทหรือพานโรงพวกเขาจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคำนั้นก็คือ พวกเรามองหางานที่ปลอดภัยมั่นคงและมีสวัสดิการที่ดีนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขามาเป็นลูกจ้างเพราะว่าค่านิยมหลักของเขาคือความมั่นคง...   อีกพวกหนึงในสี่พวกคือเจ้าของธุระกิจหรือพวกที่เป็นนายตัวเองที่เรียกว่า solo ก็เช่นกันพวกเขาก็มีคำกล่าวเหมือนกันว่าถ้าอยากให้มันดีก็ต้องทำเอง S คือ solo หมายถึงศิลปินเดี่ยวชอบทำไรเองคนเดียวที่อยู่ทางด้านขวาของเงิน 4 ด้านคือพวก B และสิ่งที่พ่อรวยเอ่ยถึง B ก็คือ Big business ธุระกิจขนาดใหญ่พร้อมบอกว่าธุระกิจขนาดใหญ่คือพวกที่มีพนักงาน 500 คนขึ้นไป คำกล่าวพวกเขาต่างกันไปพวกเขาบอกว่ามองหาระบบงานดีๆเครือข่ายดีๆและหาคนเก่งๆมาช้วยทำธุระกิจ.. พวกเขาต่างจากพวก s ตรงที่พวกเขาไม่อยากมาบริหารธุระกิจด้วยตัวเองแต่ต้องการจ้างคนเก่งๆเขามาบริหารแทน  และตัวที่ 4 ของเงิน 4 ด้านก็คือพวก I มาจาก Investors พวกนักลงทุน และนี่คือพวกที่ให้เงินทำงานแทนพวกเขาคนกลุ่มนี้คือพวกที่หาคนอื่นมาทำงานให้ส่วนพวกนั้นคือพวกทำงานให้คนอื่นรวยในช่วงต้นๆของชีวิตพ่อคนจนของผมนั้นแหละที่บอกว่ารู้ใหม? Robert ลูกควรเรียนหนังสือหางานดีๆทำ ดังนั้นค่านิยมหลักของพ่อจนก็คือการเป็น ลูกจ้าง ท่านต้องการงานที่มั่นคงการเลื่อนตำแหน่งและเงินเดือนที่สม่ำเสมออะไรทำนองนั้น และพ่อรวยก็อีกนั่นแหละพี่พูดว่ารู้ใหมถ้าลูกอยากจะรวยต้องเรียนรู้วิธีสร้างธุระกิจซึ่งมันเป็นสิ่งที่เข้าท่า สำหรับท่านที่จะทำงานหนักเพื่อสร้างธุระกิจอะไรที่คุณเป็นเจ้าของมันเป็นอะไรที่คุณตกทอดถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้   ในคณะที่พี่จนสอนให้ทำงานหนักพ่อรวยก็สอนว่าไม่ต้องทำงานหนักกับสิ่งที่คุณไม่มีวันเป็นเจ้าของและอาจจะถูกไล่ออกทุกเมื่อ และนี่เป็นค่านิยมที่แตกต่างกันอีกประการหนึ่งพ่อรวยแนะนำให้เรียนรู้วิธีเพื่อเป็นเจ้าของธุระกิจและเป็นนักลงทุนและนี่ก็คือความแตกต่างที่สำคัญ ในด้านซ้ายของด้านเงิน 4 ด้านพวกนี้ทำงานเพื่อความมั่นคงพวกเขาทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพ และด้านขว้าสิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือ อิสระภาพ พวกเขาไม่ต้องการมารับจ้างทำงานอีกต่อไปเขาไม่อยากทำงานไปตลอดชีวิตดังนั้นความงดงามของการสร้างธุระกิจและการเรียนรู้การลงทุนสร้างรายได้ที่ไม่ต้องออกแรงทำงานหรือ passive income คือคุณทำงานหนักโดยไม่กี่ปีแรกแล้วก็มีรายได้หลั่งไหลเขามาถึงคุณอย่างไม่จบสิ้นตลอดชีวิต และจากธุระกิจต่างๆมากมายคุณจะ เลือกธุระกิจแบบไหนหละ เหตุผลหนึงที่เลือกธุระกิจเครือข่ายให้เป็นธุระกิจที่สมบูณแบบก็เพราะบริษัทเหล่านี้จะทำงานร่วมกับคุณเพื่อสร้างทักษะทางธุระกิจให้คุณและสร้างให้คุณร่ำรวย ขอให้คุณระลึกว่ามันไม่ใช้เงินที่ทำให้คุณรวย แต่มันเป็นทักษะทางธุระกิจและนี่เป็นเหตุผลว่าทำใมมันถึงเป็นธุระกิจที่สมบูญแบบใช้เวลานานเท่าที่ต้องการเพื่อให้ได้ทักษะในการทำเงินเป็นทักษะที่ใช้ได้ชั่วชีวิต อีกประเด็นหนึงคือการลงทุนที่ต่ำมากไม่มีที่ไหนหลอกที่สามารถเริ่มต้นธุระกิจด้วยเงินไม่กี่ร้อยไม่กี่พันบาทแถมยังได้ทักษะธุระกิจอีกด้วย สำหรับคนที่ต้องการย้ายจากซีกซ้ายมาซีกขวาผมแนะนำให้เข้ามาสู่ธุระกิจเครือข่ายคุณสามารถเริ่มต้นได้ในราคาต้นทุนที่ต่ำและนี่คือเหต่ผลหนึ่งที่ผมแนะนำให้ทุกคนหันมาพิจารณาธุระกิจเครือข่ายถ้าหากคุณอยากสร้างธุระกิจ อย่าง Microsoft ก็คงต้องใช้เงินนับร้อยนับพันล้าน แต่ธุระกิจเครือข่ายให้โอกาสคุณเริ่มต้นด้วยการลงทุนที่ต่ำพวกเขาก็ยังอดทนกับคุณใช้เวลาให้กับคุณเพื่อให้คุณย้ายมาซีกขวาและเหตุผลหนึ่งเวลาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนส่วนใหญ่ก็เพราะต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนค่านิยมเหล่านั้นและที่สำคัญกว่านั้นก็คือเมื่อคุณใช้เวลาไแล้วสักประมาณ1ปี2ปีหรือ5ปีไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ ทันทีที่คุณเห็นคุณค่าที่เป็นคุณค่าหลักของด้านขวามันก็ไม่มีอะไรมาหยุดคุณได้อีกแล้ว ทุกวันนี้ผมไม่มีวันกลับไปทำงานอีกแล้วทำไปทำไมละครับ ผมขออยู่ด้านขวาดีกว่าอยู่สร้างบริษัทเสียภาษีน้อยๆทำรายได้มากๆ แต่กุญแจสำคัญก็คือคน คนนั้นจะต้องเปลี่ยนค่านิยมจากพ่อจนมาสู่พ่อรวยและนี่คือความโดดเด่นของธุระกิจเครือข่ายพวกเขาให้เวลากับคุณพร้อมด้วยเงินลงทุนที่ต่ำทำงานไปกับคุณจนกว่าคุณจะย้างมาอยู่ด้านขวาสำเร็จ. ทรัพสินอย่างหนึ่งที่คนเราสร้างได้คือสร้างธุระกิจมันเป็นสิ่งที่ฉลาดที่คนเราพึงกระทำ **แต่ก็บอกกันมาว่าทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จที่แน่นอนนะ** หลายปีแล้วที่ผมตัดสินใจจะไม่เป็นมนุษย์เงินเดือนอีกต่อไปผมสร้างคุณค่าได้น้อยกว่า จำได้ใหมครับว่าพ่อจนสอนผมว่าให้เรียนหนังสือหางานดีๆทำ ไม่ว่าจะเป็นงานราชการหรือบริษัทใหญ่ๆ  แต่พ่อรวยกับสอนผมว่าจะไปทุ่มเทกับสิ่งที่ไม่มีวันเป็นของเราไปทำใม..? เราเอาตำแหน่งไปขายก็ไม่ได้งานของเราเอาตกทอดไปสู่ลูกหลานก็ไม่ได้  การเป็นลูกจ้างจึงดูไม่เข้าท่าเลยสำหนับผม ผมว่ามันดูเข้าท่ากว่าที่จะสร้างธุระกิจและก็จ้างคนอื่นมาทำงาน เหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือคุณไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลยในฐานะลูกจ้าง เช่น คุณอาจจะถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อหรือทุกวันนี้มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่าการคู่อบรมณ์กิจการคือบริษัทหนึ่งไปซื้อกิจการอีกบริษัทหนี่งดังนั้นคุณอาจจะเป็นพนักงานชั้นยอดของบริษัทคุณแต่บริษัทที่เข้ามาซื้อกิจการอาจจะปลดคุณก็ได้ **แต่เดียวก่อนมันฟังเข้าทีอยู่เกือบเกินจริงนี่มันเป็นพวกหวังรวยทางรัดอีกหรือเปล่า** นี่ไม่ใช้สูตรรวยทางรัดแน่นอนครับคุณไม่สามารถทำมันสำเร็จในเวลาเพียงข้ามคืนมันต้องใช้เวลาผมจำตอนแรกๆที่ผมย้ายจากด้านซ้ายมาสู่ด้านขวานั้นมันหลายปีมาแล้วตอนที่ผมลาออกจากงานและผมต้องอาศัยรายได้จากบริษัทที่ผมสร้างมาเพื่อเลี้ยงตัวเองและนั้นผมถึงเข้าใจถึงสิ่งเหล่านี้ได้ดี  สิ่งสำคัญที่ต้องจดจำเอาไว้ก็คือมีคนอยู่ 2 จำพวก พวกที่ 1 คือพวกที่จะบอกคุณว่าคุณไม่มีว่าทำสำเร็จหลอกและก็มีคนแบบนี้มากมายที่ผมรู้จักทั้งเพือนฟูงและญาติพี่น้องที่พูดว่าแกมันโง่ที่ไปทำอะไรแบบนั้น พวกที่ 2 คือพวกที่พูดว่าลุยไปเลยคุณทำได้ไม่ต้องกังวลอะไรเราจะช้วยคุณ แต่นั้นสิ่งสำคัญคือการให้การสนับสนุนเพื่อนฟูงและญาติพี่น้อง จุดเด่นของธุระกิจเครือข่ายก็คือพวกเขาจะให้การสนับสนุนกับคุณเป็นการส่วนตัวนานที่สุดเท่าที่จำเป็นต้องใช้จนกว่าคุณจะย้ายจากฝังด้านซ้ายมาสู่พ่อรวยได้ แต่เราคิดเสมอว่าการได้เป็นเจ้าของกิจการของตัวเองเป็นการใช้ชีวิตอย่างที่ใฝ่ฝัน หนึ่งในการถ้าทายของการเป็นผู้ประกอบอาชีพอิจสระก็คือการเป็นนายของตัวเองเป็นศิลปินเดี่ยวอย่างพวกคนที่อยู่ในกลุ่มSคุณอยู่ตัวคนเดียวทำทุกอย่างด้วยตัวเองหมดในขณะที่พวกฝังของBจะเป็นส่วนหนึ่งของทีมจะต้องพึ่งพาทีมของคุณและเชืีอใจทีมของคุณ แต่ปัญหาของพวกกลุ่มSก็คือสมมุติว่าคุณเกิดประสบอุบัติเหตุรายได้ของคุณก็หยุดลงแล้วสมมุติว่าอายุของคุณมากขี้นแล้วไม่ได้ออมเงินไว้พอเพียงจนเกษียนนั้นหมายความว่าคุณต้องทำงานไปตลอดชั่วชีวิตเพราะคุณไม่มีอะไรที่พึ่งอาศัยได้ไม่มีทีมที่คุณจะพึ่งได้เลย ดังนั้นปัญหาของพวกกลุ่มSคือคนส่วนใหญ่กล่าวไว้ว่าเป็นสิ่งที่หน้าพอใจที่สุดทำงานคนเดียวนั่นคือคุณอยู่คนเดียวลำพังจริงๆนะครับ  สำหรับตัวผมนั้นพอใจที่จะพึ่งทีมมากกว่าพวกเขาพึ่งผมได้ผมพึ่งพวกเขาได้ เราต่างรู้ดีนะครับว่าโลกไดเปลี่ยนไปแล้วบ้างครั้งสิ่งที่เปลี่ยนได้อยากที่สุดคือ การเปลี่ยนตัวเอง ในฐานะที่ผมเป็นคนที่มีอายุมากคนหนึ่งผมก็รู้ว่ายิ่งแก่ตัวผมก็ยิ่งติดในสิ่งเดิมและนี่ก็เป็นอีกสิ่งที่ธุระกิเครือข่ายมอบให้ผู้คนและนี่แหละที่มันจะทำให้เป็นธุระกิจที่สมบูญแบบแล้วก็เปิดโอกาสให้คุณใช้เวลาได้เต็มที่ในการปรับเปลี่ยนภาวะทางความคิด อารมณ์ ร่างกาย ในพาวะจำเป็นในการย้ายจากฟังซ้ายมาอยู่ฟังขวาของพ่อรวยเราคิดว่านี่เป็นเรื่องใหญ่เป็นสิ่งที่เอื่อเฟื้อมากเป็นแนวทางที่อดทนมากในการที่พวกเข้าสนับสนุนให้คุณในช่วงที่เปลี่ยนแปลงชีวินของคุณดังนั้นจงละลึกไว้เสมอนะครับว่าการเปลี่ยนแปลงมักสร้างความหนักใจเสมอแต่บางครั้งก็จำเป็นต้องสร้างความเปลี่ยนแปลง กรอกเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่าง


ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลจากเรา